วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เบ็นตุ้ย หรือ สารทเล็ก

เบ็นตุ้ย หมายถึง สารทเล็ก


            โดยมีความเชื่อที่ว่าบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วและยังไม่ได้ไปผุดไปเกิดจะ ถูกปล่อยให้กลับบ้านมารับเครื่องเซ่นไหว้จากลูกหลานได้ปีละครั้ง นั่นก็คือวัน แซนโฎนตา โดยหากบ้านไหนที่ลูกหลานไม่ได้จัดเตรียมของคาวหวานเครื่องเซ่นไหว้ไว้ให้ บรรพบุรุษจะรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ทั้งที่บ้านอื่นเขามีเครื่องเซ่นไหว้กิ่น อิ่มหมีพีมัน แต่บ้านตัวเองลูกหลานไม่สนใจ ไม่นึกถึง บรรพบุรุษจะสาบแช่งญาติหรือลูกหลาน ทำให้หากินฝืดเคือง
             แต่หากลูกหลานได้สำนึกนึกถึงและร่วมทำบุญแซนโฎนตา บรรพบุรุษจะอวยพรทำให้หากินเจริญรุ่งเรืองต่อไป อีกทั้งยังเป็นกุศโลบาย ที่ต้องการให้ญาติพี่น้องที่อยู่ต่างถิ่นได้กลับมาเจอกัน สืบสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไป





    
         เบ็นตุ้ย หรือ สารทเล็ก(สารทลาว)
         เป็นประกอบพิธีเซ่นไหว้บูชาบรรพบุรุษของชาวจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งสารทเล็กหรือแถวบ้านจะเรียกอีกอย่างว่าสารทลาวจะปฏิบัติและเซ่นไหว้ก่อนถึงวันสารทใหญ่ ซึ่งนิยมนำของเซ่นไหว้มารวมกันที่บ้านหลังใหญ่คือบ้านของปู่ย่าตายายผู้ล่วงลับไปแล้ว และประกอบพิธีเซ่นไหว้ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่เครื่องเซ่นไหว้ก็มีทั่วไปเหมือนกับสารทเขมร

วันพฤษศาสตร์และวันข้าวใหม่หอมมะลิ

วันพฤษศาสตร์และวันข้าวใหม่หอมมะลิ



จังหวัด สุรินทร์ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ กำหนดจัดงานวันพฤกษศาสตร์และวันข้าวใหม่หอมมะลิ ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน นี้ ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเฉลิมพระชนม์ 80 พรรษา เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์และเพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์สุรินทร์ ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้แก่ประชาชน 

นายกิตติภัทร์ รุ่งธนเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ประชาชนชาวสุรินทร์ ส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตร โดยข้าวหอมมะลิเป็นพืชหลัก ซึ่งข้าวที่เกษตรกรปลูกมีเอกลักษณ์ความโดดเด่น คือ “หอม ยาว ขาว นุ่ม” จึงได้จัดงานวันข้าวใหม่หอมมะลิ ขึ้นทุกปี เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมให้ข้าวหอมมะลิของจังหวัดสุรินทร์เป็นที่ รู้จักและยอมรับจากผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย และยังเพิ่มช่องทางการตลาดและการจัดจำหน่ายให้แก่ผู้ที่ผลิตข้าวหอมมะลิใน จังหวัดสุรินทร์ ตลอดจนเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิได้ร่วมส่งเสริม และรักษาเอกลักษณ์ของข้าวหอมมะลิสุรินทร์ด้วย 

นอกจากนี้ อบจ.สุรินทร์ ยังส่งเสริมให้ประชาชนหันมาสนใจดูแลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น จึงได้จัดงานวันพฤกษศาสตร์และวันข้าวใหม่หอมมะลิขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ ด้วยการนำไม้ดอก ไม้ประดับนานาชนิด มาจัดแสดงให้ผู้ร่วมงานได้ชม ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ในการปลูกไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ เป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก และเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดของผู้ผลิต ผู้ค้าพันธุ์ไม้ให้กับประชาชนผู้สนใจด้วย โดยได้เปิดให้เข้าเที่ยวชมงานได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน นี้ ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเฉลิมพระชนม์ 80 พรรษา


OTOP จังหวัดสุรินทร์


     สินค้า OTOP/SMEs ที่จำหน่ายในงานประกอบด้วย สินค้าประเภทอาหาร ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้ามหอมมะลิอินทรีย์ หัวผักกาดหวาน น้ำพริก หมูหยอง เป็นต้น ,สินค้าประเภทผ้า ได้แก่ ผ้าไหมสุรินทร์ ,ประเภทเครื่องแต่งกาย ได้แก่ เครื่องประดับทำจาก เงิน หินสี และงาช้าง ,ของใช้ของใช้ของที่ระลึก ได้แก่เครื่องหอมหน้ากากแฟนซี ใบบัววิจิตร ผ้าห่ม ไหมพรม และตะกร้าสาน และสินค้าประเภทสมุนไพร ที่ไม่ใช่อาหาร เช่น เครื่องสำอางสมุนไพร เป็นต้น



กาแฟขัดผิว

             




            กาแฟขัดผิว เป็นสินค้าโอท๊อปประเภทหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ จากการสอบถามแม่ค้าโดยได้ข้อมูลดังนี้ เมล็ดกาแฟที่นำมาผลิตเป็นการแฟที่ไปรับซื้อ  เพราะในพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์ค่อนข้างจะเพราะปลูกได้ยาก ผู้ผลิตจึงไปซื้อเมล็ดกาแฟมาเพื่อแปรรูปเป็นผลิต การแฟขัดผิว ซึ่งมีราคาไม่แพงมาก กระปุกที่เห็นดังภาพ ราคา 50 บาท




เช้าวันแรกของสัปดาห์

เช้าวันแรกของสัปดาห์

เช้าวันที่1 กันยายน  57

ซึ่งเป็นวันแรกของสัปดาห์และก้อยังเป็นแรกของเดือนวันนี้ตื่นเช้า  (07.00 ปกติ ทุกวัน07.30-07.40)   หน่อยเพราะโดนหลอกว่าสายแล้วพอลืมตาขึ้นมาเท่านั้นแหละนาฬิกายังไม่ดูเลยต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำอาบน้ำใช้เวลาอาบน้ำอย่างรวดเร็ว...........

พออาบน้ำเสดออกจากห้องน้ำก้อเริ่มเอ้ะใจว่าทำเพื่อนแต่งตัวดูไม่รีบร้อนอะไรเลย(ทั่งๆที่บอกกับเราว่ามันสายแล้ว)จากนั้นก้อเลยเดินไปหยิบโทรศัพท์มาเพื่อจะดูนาฬิกาปรากฏว่าพึ่งจะ 07.22  

(เราก้ออุตสารีบอาบน้ำเพื่อที่จะไปส่งให้ทันเข้าห้องเรียน 08.00 ในเช้าวันจันทร์)

เมื่อเรารู้ว่ายังไม่สายมากเพราะวันนี้เราเรียน 08.30 จึงเดินตรงไปเปิดคอมออนเฟสก่อนที่จะแต่งตัว

"วันแรกของสัปดาห์ไหนๆๆก้อโดนหลอกให้ตื่นแล้ววันนี้ใส่ช๊อปกางเกงยืนไปเรียนล่ะกัน" แต่งตัว.....แต่งตัวๆๆๆๆ   

 เวลาประมาณ 07.50 ต้องขับมอไซต์ไปส่งเพื่อนที่ มอ.  (หน้าอาคาร 1 ) แล้วก้อต้องขับมอไซต์กับมาที่หอพักอีกครั้งเพื่อที่จะมาเอากระเป๋ากะสมุด

 แต่ระหว่างทางกับมี ร้านขายหมูปิ้งยุสองสามร้านผ่านแรก(จะซื้อดีไหมน้อ)จะถึงร้านที่สองไม่คิดไรมากจอดซะพอได้ของกินแล้วก้อรีบขับรถกับหอพักทันทีถึงห้องยังมีเวลาเหลือประมาณ 30 นาที 

กินๆๆๆเล่นเฟสๆๆๆ ดูนาฬิกาอีกที 08.23 รีบเก็บกระเป๋าสมุดปากกา แล้วขับมอไซต์ออกจากหอพักอีกครั้งเพื่อไปส่งเองเข้าเรียนให้ทันเวลา พอมาถึงห้องเรียนประมาณ 5 นาที อาจารย์ก้อเข้ามาสอนๆๆๆๆๆ แล้วนักศึกษาทุกคนก้อเรียนๆๆๆๆๆ

วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หมู่บ้านช้าง

ศูนย์คชศึกษาหมู่บ้านช้างบ้านตากลาง

     หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง จ.สุรินทร์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิถีความเป็นอยู่ ความผูกพันของคน ชุมชนและช้าง รวมทั้งประเพณีและวัฒนธรรมที่น่าชื่นชมอย่างเต็มอิ่ม ชาวกวยแต่ละครัวเรือนจะมีช้างที่เลี้ยงไว้อาศัยอยู่รวมกัน จนช้างที่พวกตนเลี้ยงไว้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของตน ก่อให้เกิดสายใยความผูกพันที่แน่นเฟ้นขึ้นระหว่างคนกับช้าง ณ บ้านตากลาง จ. สุรินทร์ (หมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก) โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
     • สนามแสดงช้างแสนรู้ จะมีการแสดงความสามารถอันเฉลียวฉลาดและน่ารักของช้างในศูนย์ฯ อาทิ ช้างเต้นรำ ช้างวาดรูป ช้างปาลูกโป่ง ช้างเตะฟุตบอล ฯลฯ โดยจะเปิดการแสดงทุกวัน วันละ ๒ รอบ คือ ๑๐.๓๐ น. และ ๑๔.๓๐ น. ไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์
     • อาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่แสดงเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้าง อาทิ วิวัฒนาการของช้าง ช้างในยุคต่างๆ โครงกระดูกช้าง โรคที่เกี่ยวข้องกับช้าง เครื่องมือในการคล้องช้าง ภาพวิธีการจับช้างในรูปแบบต่างๆ ลักษณะสำคัญของช้าง อาหารและยาสมุนไพรช้าง วิถีความผูกพันระหว่างคนกับช้าง พิธีการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับช้าง ขั้นตอนวิธีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับช้างที่เสียชีวิต วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวกวยหรือกูย เป็นต้น
     • ศาลปะกำ ที่เป็นเสมือนเทวาลัยสิงสถิตของวิญญาณบรรพบุรุษและผีปะกำ ตามความเชื่อของชาวกวยหรือกูย นิยมปลูกสร้างไว้ในชุมชนคุ้มบ้าน
     • วังทะลุ ห่างจากหมู่บ้านช้างเพียง ๓ กิโลเมตร ที่นี่เป็นบริเวณที่แม่น้ำมูลไหลและลำน้ำชีมาบรรจบกัน ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่จังหวัดอุบลราชธานี "วังทะลุ" เป็นสายน้ำที่แวดล้อมไปด้วยป่าที่กว้างใหญ่ไพศาล ก่อให้เกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงามซึ่งหาชมได้ยาก ยังมีความอุดมบูรณ์ทางธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ อีกทั้งยังเป็นที่อาบน้ำของช้างในหมู่บ้านยามเย็น
  
งานช้างและงานกาชาดสุรินทร์
     งานช้างสุรินทร์ (เทศกาลงานช้างและงานกาชาดในจังหวัดสุรินทร์) จะจัดขึ้นทุกปีในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี โดยการแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์จะจัดขึ้นที่ สนามกีฬาศรีณรงค์จางวางและสนามแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ โดยในวันงานจะมีการประกวดขบวนรถอาหารช้าง และมีการเลี้ยงบุฟเฟต์ผลไม้ต่างๆที่ช้างโปรดปราณ ชมขบวนแห่ช้างเข้าเมืองกว่า 300 เชือก ส่วนการแสดงช้างจะมีการแสดงความสามารถต่างๆของช้าง เช่น ช้างเต้นรำ ช้างวาดรูป ช้างปาลูกโป่ง ช้างเตะฟุตบอล ส่วนการแสดงที่อลังการน่าตื่นตาตื่นใจและไม่ควรพลาดคือ การแสดงจำลองสงครามที่คนในสมัยก่อนใช้ช้างในการทำสงคราม ในการทำยุทธหัตถีบนหลังช้าง โดยการแสดงดังกล่าวใช้นักแสดงหลายร้อยชีวิตและดูสมจริงมากๆ

หมู่บ้านทอผ้าไหม เขวาสินรินทร์

หมู่บ้านทอผ้าไหม

    
หมู่บ้านทอผ้าไหม เขวาสินรินทร์   อยู่ตำบลเขวาสินรินทร์ กิ่งอำเภอเขาวสินรินทร์ เป็นหมู่ บ้านที่มีชื่อเสียง ในด้าน การทอผ้าไหมไทยพื้นเมือง และ การผลิตลูกประคำเงิน ลูกประคำทอง ที่เป็นเอกลักษณ์ ของหมู่บ้าน ซึ่งเรียกกันว่า ลูกประเกือม นำมาเป็นเครื่องประดับ ของสุภาพสตรี ที่สวยงาม ชนิดหนึ่ง นักท่องเที่ยว สามารถ เข้าเยี่ยมชม การทอผ้าไหม การสาวไหม และซื้อสินค้า พื้นเมือง ที่ผลิตขึ้นเอง ในราคาถูกหมู่ บ้านเขวาสินรินทร์ ตั้งอยู่ ทางทิศเหนือ ของอำเภอเมืองสุรินทร์ มีถนนลาดยาง รพช.เข้าถึงหมู่บ้าน ซึ่งแยก จากถนนสาย สุรินทร์-ร้อยเอ็ด (ทางหลวงหมายเลข 214) ประมาณกิโลเมตรที่ 14 แยกขวามือ เข้าทางลาดยาง อีกประมาณ 2 กิโลเมตร