วันพฤษศาสตร์และวันข้าวใหม่หอมมะลิ
จังหวัด สุรินทร์ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ กำหนดจัดงานวันพฤกษศาสตร์และวันข้าวใหม่หอมมะลิ ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน นี้ ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเฉลิมพระชนม์ 80 พรรษา เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์และเพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์สุรินทร์ ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้แก่ประชาชน
นายกิตติภัทร์ รุ่งธนเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ประชาชนชาวสุรินทร์ ส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตร โดยข้าวหอมมะลิเป็นพืชหลัก ซึ่งข้าวที่เกษตรกรปลูกมีเอกลักษณ์ความโดดเด่น คือ “หอม ยาว ขาว นุ่ม” จึงได้จัดงานวันข้าวใหม่หอมมะลิ ขึ้นทุกปี เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมให้ข้าวหอมมะลิของจังหวัดสุรินทร์เป็นที่ รู้จักและยอมรับจากผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย และยังเพิ่มช่องทางการตลาดและการจัดจำหน่ายให้แก่ผู้ที่ผลิตข้าวหอมมะลิใน จังหวัดสุรินทร์ ตลอดจนเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิได้ร่วมส่งเสริม และรักษาเอกลักษณ์ของข้าวหอมมะลิสุรินทร์ด้วย
นอกจากนี้ อบจ.สุรินทร์ ยังส่งเสริมให้ประชาชนหันมาสนใจดูแลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น จึงได้จัดงานวันพฤกษศาสตร์และวันข้าวใหม่หอมมะลิขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ ด้วยการนำไม้ดอก ไม้ประดับนานาชนิด มาจัดแสดงให้ผู้ร่วมงานได้ชม ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ในการปลูกไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ เป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก และเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดของผู้ผลิต ผู้ค้าพันธุ์ไม้ให้กับประชาชนผู้สนใจด้วย โดยได้เปิดให้เข้าเที่ยวชมงานได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน นี้ ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเฉลิมพระชนม์ 80 พรรษา
OTOP จังหวัดสุรินทร์
สินค้า OTOP/SMEs ที่จำหน่ายในงานประกอบด้วย สินค้าประเภทอาหาร ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้ามหอมมะลิอินทรีย์ หัวผักกาดหวาน น้ำพริก หมูหยอง เป็นต้น ,สินค้าประเภทผ้า ได้แก่ ผ้าไหมสุรินทร์ ,ประเภทเครื่องแต่งกาย ได้แก่ เครื่องประดับทำจาก เงิน หินสี และงาช้าง ,ของใช้ของใช้ของที่ระลึก ได้แก่เครื่องหอมหน้ากากแฟนซี ใบบัววิจิตร ผ้าห่ม ไหมพรม และตะกร้าสาน และสินค้าประเภทสมุนไพร ที่ไม่ใช่อาหาร เช่น เครื่องสำอางสมุนไพร เป็นต้น
![]() |
| กาแฟขัดผิว |
กาแฟขัดผิว เป็นสินค้าโอท๊อปประเภทหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ จากการสอบถามแม่ค้าโดยได้ข้อมูลดังนี้ เมล็ดกาแฟที่นำมาผลิตเป็นการแฟที่ไปรับซื้อ เพราะในพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์ค่อนข้างจะเพราะปลูกได้ยาก ผู้ผลิตจึงไปซื้อเมล็ดกาแฟมาเพื่อแปรรูปเป็นผลิต การแฟขัดผิว ซึ่งมีราคาไม่แพงมาก กระปุกที่เห็นดังภาพ ราคา 50 บาท








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น